BACK TO EXPLORE

ยกทัพอาหารเจ อร่อยได้สุด หยุดที่ความอิ่มเหนือระดับ

ยกทัพอาหารเจ อร่อยได้สุด หยุดที่ความอิ่มเหนือระดับ
เสิร์ฟทุกจานอร่อยสไตล์เจ ได้ลองแล้ว เทใจรักเลย

แล้วช่วงเวลากินเจปีนี้ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...แค่แวะมาที่ OneSiam คุณจะพบกับเมนูอาหารเจจากสุดยอดร้านอาหารและขนมหวานระดับเวิลด์คลาสและไทยชั้นนำจากกว่า 30 ร้าน พร้อมใจเสิร์ฟอาหารครบทั้งคาวและหวานแบบไม่มีใครยอมใคร - - จะจานเจแบบคลาสสิค อร่อยแบบโฮมมี่ หรือทวิสต์เป็นความอร่อยแบบล้ำๆ ทุกจานสามารถเรียกน้ำย่อยและสั่นสะเทือนหัวใจให้กับความว้าวในความช่างครีเอทของเชฟซะเหลือเกิน

ลองแวะมาที่เดสติเนชั่นเพื่อวันกินเจของคุณและทุกคนในครอบครัว ที่ OneSiam ตั้งแต่วันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 พร้อมโปรโมชั่นดีงามจากร้านอาหารเจที่ร่วมรายการ ให้ประสบการณ์กินเจปีนี้ของคุณ ครบทั้งความอิ่มอร่อย ความคุ้ม และความสุขแบบไม่เหมือนใคร...Enjoy Eating J



เจสุดตื่นตาตื่นใจ ที่สยามพารากอน
เหนือระดับกับเมนูเจระดับเวิลด์คลาส เริ่มกันที่กินเจแบบไทยร่วมสมัยที่ Bombyx by Jim Thompson (ชั้น M) สลัดเต้าหู้ซอสงาสมุนไพร (190.-) ผักสลัดสดๆ กรอบๆ สีเขียว สีแดงหลายชนิด เสิร์ฟมาพร้อมเต้าหู้ทอดชิ้นใหญ่ และซอสงาสมุนไพร ที่กลิ่นหอมและอร่อยกลมกล่อมมาก แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติให้สลัดเต้าหู้จานนี้ ก็แค่เติมพริกขี้หนูสวนซอยละเอียดลงไป สลัดแบบเดิมๆ ก็จัดจ้านขึ้นมาทันที


ต้มยำผักรวม
(160.-) แม้จะเป็นเมนูเจ แต่รสชาติที่คุ้นเคยของต้มยำน้ำใสไม่ได้ขาดหายไปเลย กลิ่นเครื่องต้มยำก็หอม แผ่นบุกที่บั้งให้ดูคล้ายปลาหมึกก็อร่อย ผักหลากชนิดทั้งเห็ดชิเมจิขาว-ดำ บร็อคโคลี่ มะเขือเทศก็สดมาก ตักกินจนหมดถ้วยได้โดยไม่รู้ตัวเลย และแกงเขียวหวานเต้าหู้  (200.-) แกงเขียวหวาน เมนูยอดฮิตที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติติดใจแทบทุกคน ที่นี่ เสิร์ฟเต้าหู้ก้อนใหญ่ๆ มาบนน้ำแกงเขียวหวานสูตรเข้มข้น ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เผ็ดกำลังดี เพิ่มสีสันด้วยพริกหยวกสามสี ถ้าได้กินกับข้าวสวยร้อนๆ คืออร่อยมาก


สายอิตาเลียน ที่ Signor Sassi (ชั้น G) แนะนำ Risotto Pumpkin (950.-) ริสอตโต้เสิร์ฟมาในฟักทองทั้งลูก ท็อปด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ ดูตื่นตาตื่นใจ ส่วนข้าวที่ผัดกับน้ำมันฟักทอง และน้ำมันทรัฟเฟิล ก็ให้กลิ่นที่หอมมาก และให้รสชาติแบบอิตาเลียนชัดเจน และเป็นเมนูที่มีเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจจนถึงปลายปีนี้เท่านั้น Spaghetti Pomodoro & Basilico-V (320.-) เมนูที่หลับตาชิมก็รู้ว่านี่คือสปาเก็ตตี้ผัดกับซอสมะเขือเทศสดแบบอิตาเลียนแท้ๆ ให้รสชาติที่นึกว่ากินอยู่ที่อิตาลีเลย แต่พิเศษตรงที่ซอสมะเขือเทศนี้เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ด้วยรสชาติที่เข้มข้นซึมเข้าเส้นสปาเก็ตตี้ กินแล้วเพลินมาก



สายเจซี๊ด & แซ่บ ต้องมาที่ แสนแซ่บ (ชั้น 4) ร้านอาหารอีสานสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นความครีเอทไอเดียสดใหม่ใส่เข้าไปในเมนู พร้อมวัตถุดิบเกรดเอ และแอบซ่อนความเซอร์ไพรส์ในทุกจาน เสิร์ฟเมนูอาหารเจหลากหลาย จาน Recommend ที่เราอยากให้ลองคือ ตำอะโวคาโดเจ (120.-) จานทวิสต์จริงๆ เมื่อส้มตำมาฟีเจอริ่งกับอะโวคาโด ส่วนเรื่องความแซ่บสมชื่อร้านเลย, ชุดน้ำพริกเห็ดผักลวก (150.-) เมนูเบาๆ แต่ก็มีอะไรให้ตื่นใจไม่น้อย กับคอลเล็คชั่นผักลวก บวกรสชาติความเปรี้ยว และเผ็ดนิดๆ ของตัวน้ำพริกเห็ดที่ชวนให้นึกถึงน้ำพริกขี้กา เคี้ยวในปากแล้วกรุบๆ ด้วยเท็กซ์เจอร์ของตัวเห็ด กินพร้อมผัก อร่อยเลย ใครที่ไม่ถูกกับรสจัด นี่เลยเต้าหู้ทอด (120.-) และราดหน้าเส้นใหญ่ (120.-) กินง่ายแต่อร่อยเหลือหลาย ก่อนจบมื้อด้วยขนมหวานแบบไทยเย็นชื่นใจ




ยังมีเมนูเจจากร้านอาหารอีกมากมาย ได้แก่ Salt//Pepper (ชั้น 4) เอาใจสายสปาเก็ตตี้โดยเฉพาะ,  Another Hound Café (ชั้น 1) เสิร์ฟอาหารเจรสชาติตำรับเอเชียและตะวันตกที่จะทำให้คุณไม่เบื่อกับอาหารเจเดิมๆ อีกต่อไป, TWG Tea (ชั้น M) กับ ลิงกวินีซอสครีมเห็ดโรยเกนไมฉะ เส้นพาสต้าลิงกวินีผัดกับเห็ดป่า ซอสครีมกระเทียม กับแอสพารากัสย่างและไข่ออนเซน โรยหน้าด้วยเกนไมฉะ (ชาเขียวผสมข้าวคั่ว), แหลมเจริญซีฟู้ด (ชั้น 4) อาหารจานเจที่แฟนแหลมเจริญไม่ควรพลาด มีให้เลือกอร่อยครบรส อย่างจานนี้ แกงชะพลูกินกับเส้นหมี่, MK Gold (ชั้น G) อร่อยแบบจานเดียว หรือหม้อซุปที่คุ้นเคยกับชุดสกี้เจ พร้อมน้ำซุปใหม่ ต้มยำเจรสเข้มข้น, Tudari (ชั้น 4) กับอาหารเจสไตล์เกาหลี , QQ Dessert (ชั้น G) ขนมหวานแบบเฮลตี้ เฉาก๊วย ท็อปด้วยถั่วเขียว เม็ดบัว และทาโร่บอล, Midtown (ชั้น 4) อร่อยได้ครบ ทั้งผัด ต้ม ตำ ยำ ลาบ และทอด, Omotesando Koffee (ชั้น 3) คอกาแฟร้องเย่ได้ดังๆ เพราะกาแฟสุดฮ็อตจากญี่ปุ่นเสิร์ฟทั้งเมนูเย็น ร้อน Cold Brew พร้อมโปรโมชั่น ซื้อ Omotesando Koffee Iced หรือ Omotesando Koffee Hot 2 แก้ว รับส่วนลด 10% สำหรับแก้วที่สอง, Saboten (ชั้น 4) ชุดเต้าหู้คัทสึ (เจ) เสิร์ฟพร้อมซอสหัวไชเท้าฝนสูตรเฉพาะและชุดข้าวหน้าเห็ดผัดซอสขิง (เจ) พิเศษสุด จัดเสิร์ฟพร้อมไอศครีมมะม่วงเชอร์เบทผลไม้แท้ 100% เต็มๆ คำ เช่นเคยเมื่อสั่งเป็นชุด ข้าว ซุป และกะหล่ำปลีออแกนิคหั่นฝอย ชุ่มฉ่ำ เติมฟรีไม่อั้น, Vanilla Brasserie (ชั้น G) อิ่มให้ครบ จบที่เค้กฟักทอง, Ladurée (ชั้น M) Vegan Set สำหรับ 1 คน มี Truffle Soup, เลือกระหว่าง Couscous หรือ Fusilli Pasta และ Gelée de Fruits ปิดท้าย





 

จังหวะจะ (กิน) เจ ที่สยามเซ็นเตอร์
กินเจแบบฮิปๆ เข้ากับจังหวะของสยามเซ็นเตอร์ เริ่มกันที่ Café Pla (ชั้น M) ร้านอาหารไทย-อิตาเลียนฟิวชั่น ที่สามารถมองเห็นวิวของลานพาร์ค พารากอน และโซฟาน่านั่ง เซ็ตบรรยากาศก่อนมื้ออาหารเจที่เชฟปรุงอย่างพิถีพิถัน (แบบรีเสิร์ชข้อมูลเลยว่ามีผักชนิดไหนสามารถใช้แทนผักมีกลิ่น) เกิดเป็นจานนี้ เมี่ยงก๋วยเตี๋ยวเห็ดสับ (250.-) กินจานนี้แล้วรู้สึกว่าเฮลตี้ไม่น้อย รวมเห็ด 4 ชนิดผัดกับน้ำมันหอยสูตรเจ ห่อกินกับแผ่นแป้ง แนมด้วยผัก 4 ชนิด คือผักชีฝรั่ง แพว โหระพา สะระแหน่ แล้วเหยาะด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเจรสเข้มข้น ต่อด้วยสลัดเต้าหู้ทอด (195.-) ผักสด เต้าหู้ทอดกรอบ คลุกเคล้าน้ำสลัดจากส้มยูสุ และงา ได้รสเปรี้ยว หอม ฉ่ำชวนให้นึกถึงซัมเมอร์  ขอจานหนักนิดนึงกับเส้นใหญ่กะเพราเจ (220.-) ผัดกับเห็ดหอมและเห็ดออรินจิ ที่เชฟขอฉีกแนวจากเมนูเดิมๆ ที่มักเป็นข้าวผัดกะเพราะเจ และเครื่องดื่มเย็นๆ โกโก้ มินต์ นมอัลมอนด์ (129.-) FYI สามารถลิ้มลองอาหารเจของ Café Pla ได้ถึง 14 ตุลาคมนี้
  




ใครที่มองหาเมนูเจสดใหม่ ไม่เหมือนใคร ต้องที่ Greyhound Café (ชั้น 1) เพราะเขาบอกเลยว่า  จะทำให้ 9 วันที่กินเจที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป คัดสรรวัตถุดิบไร้เนื้อสัตว์มาปรุงรสใหม่ในสไตล์ Greyhound สตาร์ตที่เมนูทานเล่นอย่าง “สะเต๊ะเห็ดออรินจิ” (180.-) เห็ดออรินจิที่คัดเฉพาะส่วนกลาง เลือกที่เนื้อนุ่ม เคี้ยวหนึบ เอามาสไลด์เป็นชิ้นๆ หมักเครื่องสะเต๊ะนานนับชั่วโมงจนเข้าเนื้อ แล้วกริลให้สุกจนเป็นสีเหลืองทอง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะรสเด็ด อาจาด และขนมปังปิ้ง อร่อยจนต้องขอสั่งเพิ่มอีกจาน อีกหนึ่งเมนูเจยอดฮิต เส้นหมี่ผัดกระเฉด (220.-) เส้นหมี่ขาวผัดเอาไปกับผักกระเฉดกรอบๆ ใส่ก้านเห็ด ปรุงรสจนได้ที่แล้วเพิ่มความเผ็ดลงไปอีกเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมปาท่องโก๋ตัวจิ๋วๆ ที่ทอดจนกรุบกรอบ เป็นความอร่อยที่ลงตัวและให้เท็กซ์เจอร์ที่หลากหลายในคำเดียว  ข้าวผัดเนื้อเค็มเจพริกขี้หนูสูตร Greyhound  (200.-) เสิร์ฟพร้อมแกงจืด เป็นเมนูที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเนื้อเค็มจริงๆ เพราะสีสันและหน้าตาดูไม่ต่างจากเนื้อเค็มทอดเลย ยิ่งได้กินต้องบอกว่านี่คือเท็กซ์เจอร์ของเนื้อทอดชัดๆ แต่รับรองได้ว่านี่เป็นเมนูเจจากขาเห็ดกับเครื่องปรุงรส ที่ทอดตามเทคนิคเฉพาะของร้านนั่นเอง ปิดท้ายด้วยของหวาน หอม รสชาติกลมกล่อมอย่าง กล้วยไข่เชื่อมราดกะทิสด (100.-) ขนมหวานสไตล์ไทยๆ ที่ดูเหมือนทำง่าย แต่หาทานได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกกล้วยไข่ที่ความสุกกำลังดีและขนาดเท่ากันทุกลูก นำมาเชื่อมจนเข้าเนื้อ ราดด้วยกระทิที่ออกรสเค็มนิดๆ ตัดกับรสหวานของกล้วยและน้ำเชื่อมได้อย่างลงตัว และซอร์เบต์มะม่วงเบา  (120.-) ซอร์เบต์มะม่วงเบาแช่อิ่ม รสเปรี้ยวๆ หวานๆ ที่มีเนื้อมะม่วงให้เคียวเล่นด้วยนั้น ปลุกเราให้ตื่นจากความง่วงได้ดีมาก แต่ถ้าคิดว่ายังสะใจไม่พอ ก็หยิบชิ้นมะม่วงเบาที่แกล้มมาด้วยกินได้เลย แต่ตรงขอบแก้วที่โรยพริกเกลือมาด้วยทำให้เมนูนี้ดูครบรสที่สุด





Bonchon (ชั้น 2)
เราลุ้นมากเลยว่าอาหารเจของร้านยอดฮิตร้านนี้หน้าตาและรสชาติจะเป็นอย่างไร และนี่คือ 3 จานเจสไตล์เกาหลี กับซุปซุนดูบูกิมจิ (200.-) ใครชอบเต้าหู้ + กิมจิ + รสชาติความเผ็ดแบบเด็ดถึงใจเสิร์ฟร้อนๆ ต้องลองซุปสีแดงถ้วยนี้ กินกับข้าวสวย ฟินมาก ต่อที่สลัดยำสาหร่ายรสเผ็ด (180.-) กลิ่นหอมสาหร่ายลอยมาแตะจมูกเลย กินเคล้ากับผักสลัดและแอปเปิ้ลสไลด์ และข้าวผัดกิมจิห่อสาหร่าย (180.-) ตัวข้าวรสค่อนข้างเข้มข้นทีเดียว




ปิดท้ายที่ Audrey Café (ชั้น 4) ร้านอาหารบรรยกาศสุดโคซี่ ที่สวยด้วยการตกแต่งอินสไปร์มาจากฝรั่งเศสวินเทจ เสิร์ฟอาหารไทยและยุโรปฟิวชั่น ที่ได้ใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปีนี้ร้านได้นำเสนอทั้งเมนูเจสุดซิกเนเจอร์อย่าง สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้งเจ (190.)  ป็อปปูลาร์สุดๆ ในเมนูเจ ด้วยรสชาติของซอสต้มยำที่ขึ้นชื่อของร้าน กุ้งเจ (จากโปรตีนเกษตร) ตัวโตๆ ถ้าใครชอบความเป็นต้มยำ จานนี้ถึงเครื่องแน่นอน เผ็ดเปรี้ยวมาเลย พร้อมแนะนำ 2 เมนูใหม่ล่าสุดเพื่อเจปีนี้ ข้าวสวยไก่เจอบซอสเห็ดหอม (150.-)  อิ่มคุ้มเพราะมีทั้งข้าว ไก่เจชิ้นโต ไข่ ที่ดูเรียลจนแอบเอะใจว่าใช่เจหรือเปล่า ซดร้อนๆ กับน้ำซุปเจประจำร้าน และกุ้งเจทอดราดซอสมะขาม (170.-) รสหวาน+เปรี้ยว และเครื่องสมุนไพร กับกุ้งที่เหมือนจริง ชุ่มฉ่ำ กินกับข้าวสวย สุขเลย




สายสมูทตี้ตัวจริงไปที่ Mom & Sis Smoothie Café (ชั้น G) อร่อยได้สุขภาพกับ Almond Banana with Chia Seed น้ำนมอัลมอนด์ปั่นกับกล้วยหอม และอัลมอนด์อบเต็มเมล็ด ผสานพุดดิ้งและเมล็ดเจีย - - เพิ่มพลังและคุณประโยชน์ไม่น้อยเลย หรือ Energy Ball หลากรส ทำจากอินทผลัม ปั่นรวมกับถั่วต่างๆ ให้ไขมันดี โปรตีนและพลังงานที่ร่างกายเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ใครที่กินมังสวิรัติในช่วงนี้ มาที่ Papa’s Kitchen (ชั้น 2) แล้วสั่ง Popeye Veggie Burger เบอร์เกอร์ผักโขมโฮมเมด ปรุงรสด้วยหอมหัวใหญ่ เชดด้าชีส กระเทียม และพาร์เมซานชีส ย่างในเตาร้อนๆ และนำมาวางบนขนมปังเบอร์เกอร์ ราดเนื้อผักโขมด้วยมายองเนสกระเทียม ซอสพริกหยวกย่าง วางมะเขือเทศ ผักคอส และโรยหน้าด้วยหอมแดงกรอบ Starbucks (ชั้น 1)  เบเกอรี่เจ ที่เป็นของว่างยามบ่ายได้ดีเลย มี Potato & Purple Bun, Pumpkin Cranberry Toast และ Black Bean Bun อร่อยกับสเต็กเต้าหู้เห็ดหอมเจ พร้อมเครื่องดื่มใดก็ได้ (ราคาไม่เกิน 69 บาท)  พร้อมตักสลัดบาร์เจได้ไม่อั้น เพียง 269 บาท ที่ Sizzler (ชั้น 2) และ Bar B Q Plaza (ชั้น 2) เมนูปิ้งย่างฉบับเจ

 


เจสไตล์ล้ำ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่
ลิ้มลองอาหารอิตาเลียนแนวมังสวิรัติ ที่ Jamie’s Italian (ชั้น G) ทั้งเบอร์เกอร์ สลัด และพิซซ่า อร่อยได้ถึง 31 ตุลาคมนี้  ที่ House of Eden (ชั้น 2) กับอาโวคาโดควินัวสลัดเจ ถ้าชอบความหลากหลายรวมไว้ที่ร้านเดียว ต้องไม่พลาด My Kitchen (ชั้น 4) กับหลากหลายเมนูอาหารเจนานาชาติ จาก 6 ร้านดัง ได้แก่ Café Chilli แนวไทยอีสาน, Nara สไตล์ไทย, Yuzu สไตล์ญี่ปุ่น, Wang Seong แนวเกาหลี, Man Fu Yuan จีนกวางตุ้ง และ Brix Dessert Bar ขนมหวานสัญาชาติไทยสุดล้ำ





YOU MAY ALSO LIKE