"You can tell the history of jazz in four words: Louis Armstrong. Charlie Parker." -Miles Davis-
ทุกยุคสมัยล้วนมีมาสเตอร์ของแต่ละศาสตร์ แต่ละแขนง และในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นก็มักจะมีผลผลิตที่เป็นคนสำคัญของอีกยุคสมัยเสมอๆ Legacy of Time กำลังจะพูดถึงสิ่งนี้ Process การส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น เพราะเหตุใด ความหลงใหลและคลั่งไคล้ ถึงมีรูปแบบส่งต่อผ่านกันเหมือนกับสายน้ำไหลที่มี “เวลา” เป็นเหมือนเครื่องฉายภาพเคลื่อนไหวชั้นดี
(https://cangrejonegro.wordpress.com/2015/12/19/charlie-parker-el-jazz-callado-del-gozo-2/) Charlie Parker “Bird” (ซ้าย) / Miles Davis (ขวา) ภาพถ่ายท่ีผับในนิวยอร์คปี 1947 ของสองนักดนตรีแจ๊ซแห่งยุค ที่ในเวลานั้น Miles ยังเล่นให้กับวงของ Bird อยู่
ถ้าไม่มี Miles Davis วงการเพลง Jazz และอีกหลากหลายวงการก็คงไม่มีกลิ่นอายและสีสันเหมือนกับวันนี้ เช่นกันกับ Miles Davis ที่ถ้าไม่มีชายที่ชื่อ Charlie Parker เขาก็คงไม่มีวันนี้เช่นกัน Charlie Parker หรือ “Bird” คือชื่อและฉายาของนักดนตรีแจ๊ซ เครื่องเป่าแซ็กโซโฟน กับผลงานมากมายสร้างไว้ในยุค 50s ถ้าถัดจากยุค Swing และ Big Band ก็มีแนวดนตรี Jazz Bebop นี่ล่ะ มีเขาคนทำให้เกิดเป็นที่รู้จักและสนใจขึ้นมา หลังจากนั้นก็เกิดเป็นการเคลื่อนไหวยุครุ่งเรืองของ Jazz หนึ่งในนั้นมี Miles Davis เป็นกำลังสำคัญนำหน้ามาเลยด้วย มีเรื่องเล่าว่าในยุคเริ่มต้นของ Miles ครั้งแรกๆที่ได้ร่วมเข้าสตูดิโอเพื่ออัดเพลงในอัลบั้มชุดสำคัญของ Parker เมื่อเขาพบกับสไตล์การเล่นที่ซับซ้อนแปลกหูของ Bebop ก็ถึงกับยืนนิ่งและต้องออกไปอาเจียน จนเล่นต่อไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดเมื่อผ่านการฝึกฝนอย่างหนักก็ทำให้ Miles Davis กลับมาเป็นผู้สร้างภาษาใหม่ให้กับ Jazz ในยุคถัดมาเช่นกัน และที่เราทราบกันดีว่างานของ Miles เป็นหลักไมล์สำคัญของวงการเลยก็ว่าได้
(https://www.amazon.com/Kind-Blue-Miles-Davis/dp/B001KL3GZO) Kind of Blue – Miles Davis โปรดสังเกตถึงรายชื่อนักดนตรี Jazz ที่ร่วมเล่นในอัลบั้มมาสเตอร์พีซชุดนี้ จะเห็นว่าในภายหลังผู้เล่นแต่ละคนล้วนแยกกันมีผลงานที่เป็นอัลบั้มสำคัญของวงการแจ๊ซเช่นกัน